ผม “ปอ” ครับ เริ่มวิ่งมาประมาณเมื่อ2ปีก่อน ก่อนหน้านั้นผมหนักราวๆ98กก. เหนื่อยง่ายหายใจลำบากครับ เลยเข้าฟิตเนสเดินวิ่งบนลู่ราวๆ1-2ปี มันก็ชักเบื่อเลยลองวิ่งในสวนลุมฯ วิ่ง10กม. ราวๆ 85นาที เคยเร็วสุดอยู่ที่75นาที

มีเพื่อนแนะนำให้ลองมาวิ่งให้ถูกวิธีโดยมีโค้ชคอยดูแล ก็เลยได้มาเริ่มซ้อมกับTeamBeyondตั้งแต่ต้นปี2017ที่ผ่านมา

ผมรู้ตัวเองมาตลอดว่าคงวิ่งเร็วมากๆไม่ได้ เพราะมีปัญหาเรื่องเข่ามากวนใจตลอด (เกิดมานานแล้วตั้งแต่ปี2000 เกิดจากการเตะฟุตบอลในลีคมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลีย) เคยพบหมอ หมอคนแรกแจ้งผลว่า เอ็นไขว้หลังขาดระดับ 2, เข่าเสื่อมและเบี้ยว เลยลองไปหาหมออีกท่านเพื่อเป็นทางเลือก(Second Opinion) หมอแจ้งว่า น่าจะเอ็นยืดมากกว่า ไม่น่าจะถึงกับขาด แต่เตือนว่าอย่าทำอะไรหักโหม

เกริ่นมานานแล้ว มาเข้าเรื่องซักที กับHalf Marathonแรกว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร จริงๆตั้งแต่มาวิ่ง ประเด็นหลักคือเพื่อสุขภาพกับการวิ่งที่ถูกวิธ๊เพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ เรื่องHalf และMarathonนี่ไม่เคยอยู่ในความคิดเลยครับ แต่เนื่องด้วยการโดน”ป้ายยา”จากเพื่อนสมัยเรียนให้ลงมาราธอนแรกกัน เพราะไปกันถึง70กว่าชีวิตในงานบางแสน42 ทำให้มาราธอนแรกมาก่อนที่จะลงรายการHalf

หลังจากนั้นก็คิดในใจว่าเราควรต้องซ้อมวิ่งยาวๆยังไง เรามีเวลาอีกแค่3เดือน เลยปรึกษาทางพี่คม(โค๊ชของทางTeam Beyond) พี่คมแนะนำว่า ให้วางแผนและพยายามเก็บระยะและวิ่งยาวให้ได้ 20, 25 และ 35กม.ตามลำดับในแต่ละเดือน(ในช่วง3เดือนที่เหลือ) ทำยังไงหละทีนี้…ก็ลงรายการHalfละกัน เพราะน่าจะเป็นการบังคับตัวเองให้ซ้อมยาวได้ตามแผนนี้

“ฮาฟแรกจึงเกิดขึ้น” กับงาน เมืองไทยมาราธอน2017

Half Marathon ปล่อยตัวตี4!!! คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจ ต้องตื่นกี่โมงฟระ? ต้องนอนกี่โมง? ออกจากบ้านกี่โมง? ต้องวนหาที่จอดรถอีก! บลา บลา บลาาาาา สุดท้ายมาถึงที่สะพานพระราม8 เวลาตี3 เอามีเวลาทำactive warm upอีกราวๆ1ชม.ก่อนปล่อยตัว อ๋อลืมบอกไปงานนี้เตรียมเจลมากินด้วย1ซอง

ถึงเวลาปล่อยตัวได้พี่โจ ซึ่งผ่านมา2มาราธอน2ฮาฟ2มินิติดๆกันใน6สัปดาห์(แกบ้าพอตัวเนอะ!)มาช่วยเป็นหัวลากให้

แกถามว่า2:30ชม. ไหวมั้ย?
ผมตอบแบบไม่คิด “ไม่ไหว” ขอ3ชม.ละกันพี่

พอปล่อยตัวไปวิ่งได้เกือบ2โลแรก รู้สึกว่าเท้ามันบีบเหมือนรัดรองเท้าแน่นไป พี่โจเลยบอกให้เข้าข้างทางแล้วคลาย/ผูกเชือกใหม่ก่อน หลังจากนั้นผ่านไปเจอรถห้องน้ำ ผมก็ขอแวะเข้าห้องน้ำก่อน

วิ่งมาได้5กม. สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นมาเร็วกว่าที่คิด เริ่มมีอาการเจ็บที่หัวเข่า และ ตึงเอ็นร้อยหวาย ก็เลยแวะที่รถพยาบาลขอฉีดสเปรย์ก่อน พี่โจแซวว่าจะแวะมันทุกจุดเลยเหรอเนี่ย?? แหะๆๆผมก็ไม่อยากแวะหรอกนะพี่ แล้วโล5นี่แหละได้เจอเพื่อนวิ่งตามหลังมา คือ “อั้ม” เป็น1ในผู้ก่อตั้งTeam Beyond เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนประถม และเป็นกำลังหลักในการป้ายยา บางแสน42

หลังจากนั้นก็ได้วิ่งกับอั้มและพี่โจ คุยไปเรื่อยๆ ตลอดทาง อั้มให้กำลังใจว่า ถ้าเราวิ่งเพสนี้กันไปตลอดทางเราจะจบราวๆ 2:50 ชม. เอ้าา..เราก็กำลังใจมาเต็ม เอาวะ ลองดูวุ้ย

พอถึงโลที่ 8 ก็เจอเพื่อนๆที่ผ่านจุดกลับตัววิ่งสวนกลับมา เจอโจ๊กและพี่โต(ที่มีเดิมพันกันที่1:50ชม.) เจอน้องเตยสวยขาแรงส์ เจอชม หั่ง โอ๊ต นุ่น และอีกเยอะ ทุกคนต่างให้กำลังใจกันทั้งปรบมือให้กัน เราก็ยิ่งมีกำลังใจขึ้น

พอก่อนถึงจุดกลับตัวที่ราวๆโลที่10.5 พี่โจถามเติมเจลมั้ย ผมบอกได้พี่ลองดู ก็เลยลองเติมเจลเข้าไป แปลกมาก โล11-13 แรงเริ่มมา วิ่งไปกับพี่โจได้เรื่อยๆแบบไม่มีเดิน เริ่มแซงคนข้างหน้าได้บ้าง พี่โจก็พยายามวิ่งแซงหน้าไปดักถ่ายรูปให้ วิ่งถ่ายคลิปลงFacebook ขอกำลังใจจากคนในเฟส

ถึงโล15 อาการเข่าก็ไม่ได้ดีขึ้น เริ่มที่จะวิ่งๆ เดินๆ ตลอด6โลที่เหลือ พี่โจก็พยายามชวนคุยโน่นนี่ ให้กำลังใจตลอด ไม่มีเร่ง ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ และพี่โจมีเจลเหลือเลยให้ผมเติมอีกซอง พี่โจพยายามหาสเปรย์เพื่อมาให้ผมฉีด เจอรถพยาบาลแต่พยาบาลบอกว่าสเปรย์หมด เลยให้แผ่นกอเอี๊ยะมาแปะแทน! ผมคิดในใจผมมาทำไรเนี่ย??? แต่อีกใจก็คิดว่าอีกแค่6โลเองวะ นิดเดียวเอง พี่โจอุตส่าห์ลากเรามาขนาดนี้ เพื่อนอีก10-20คน รวมถึงแฟนเรา รออยู่ที่เส้นชัย กัดฟันไปต่อวุ้ย ระหว่างทางผมสังเกตเห็นนักวิ่งเริ่มพัก เดินและยืดเหยียดกันตามทางเยอะเหมือนกัน

จนถึงโลที่18 มาเจอหมูขนกับน้องส้ม น้องส้มบอกว่าปวดท้องมาตั้งแต่โลที่12 แล้วเดินมาตลอด เลยคุยกับน้องส้มว่า ไปวิ่งๆเดินๆไปด้วยกัน พอถึงเวลานั้นไม่สนใจแล้วแหละจะเข้าเวลาเท่าไร คิดแค่ว่าอีก3โลจะจบแล้ว หมูขนเลยขอตัวแยกไปรอเพื่อนอีก 2-3คนที่อยู่ด้านหลัง

วิ่งๆเดินๆกับพี่โจและน้องส้มมา พอดูเวลาพี่โจบอกว่า “เฮ้ยย มีสิทธิจบก่อน 2:55ชม.นะ เอามั้ย…เหลือแค่800เมตรเอง สับเหอะ!” หลังจากนั้นแรงมาจากไหนไม่รู้ วิ่งกับพี่โจและน้องส้มมาจนเข้าเส้นชัย จบฮาฟแรกไปอย่างสวยงาม(555ในความคิดผมนะ) ที่เวลาChip Time2:51ชม.

จบแบบเวลาดีกว่าที่คาดหวัง

ขอบคุณพี่คมมากๆ ที่วางแผนให้วิ่ง2โล เดิน1นาที ที่เพส7 ผมทำได้แค่10โลเท่านั้นครับพี่ (เพสไม่ได้ด้วย) แรงหมด อ่อนซ้อม ผมคงต้องซ้อมอีกเยอะมากครับ

ขอบคุณพี่โจที่มาเป็นหัวลาก ถ่ายรูป ถ่ายคลิป ให้กำลังใจผม จนผมจบฮาฟแรกได้ ถึงแม้จะไม้ได้2:30ชม. ตามที่พี่โจหวัง

ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนทั้ง Fit4tri Team / Team Beyond พร้อมด้วยภรรยาผมที่รอจนผมวิ่งจบ ถึงแม้จะใช้เวลานานไปหน่อย ทุกคนก็รอพร้อมเสียงปรบมือ ทำให้ผมหายเหนื่อยจริงๆ

“บอกเลยสิ่งที่ยากกว่าวิ่งให้จบ คือการตื่นมาวิ่ง”

#วิ่งด้วยใจ
#ประสบการณ์มีให้เห็นเยอะระหว่างทางวิ่ง
#TeamBeyond
#GoTogether
#Fit4triTeam

Views (1091)

Comments