วันนี้อ่านบทความใน www.runnersworld.com คือมีคุณNikkiเขียนemailมาถามคุณSusan Pual ประมาณว่า….

“อาจดูโง่ๆที่ถาม แต่ก็อยากถามเพราะว่าเริ่มวิ่งมาครึ่งปีกว่าๆ ซ้อมวิ่งตามแผนซ้อม เคยลงแข่งฟันรัน(5กม.)มา2ครั้ง มินิ1ครั้ง ฮาร์ฟอีก2ครั้ง (และกำลังจะลงฮาร์ฟอีกครั้ง) เวลาที่ทำได้ดีสุดคือ5กม.ใช้เวลาประมาณ25.25นาที นี่ก็หวังว่าจะวิ่งฮาร์ฟทำsub2ให้ได้

ฉันไม่ใช่คนบ้าความเร็ว แต่อยากผอม (ตอนนี้ก็ทั้งปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นเวท) แล้วคนชอบมาถามว่า เธอเป็นนักวิ่งเหรอ? ฉันก็ตอบว่า เฮ้ย..ไม่หรอก เอาอะไรมาพูด! ดูจากอะไรเหรอ? ดูว่าวิ่งมานานยัง? ซ้อมวิ่งสม่ำเสมอมั้ย? ลงแข่งเยอะรายการป่ะ? หรือว่าเพราะรักการวิ่ง?”

คุณSusan เลยตอบคุณNikkiว่า…

…ขอบอกเลยว่าคุณNikkiคือนักวิ่งค่ะ คือการเรียกตัวเองว่า “นักวิ่ง” มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรมากมาย แต่แค่อยากบอกว่า การรักการวิ่ง มันนำไปสู่อีกหลายๆเรื่อง เช่น ความเร็ว ระยะทางที่ใช้ฝึกซ้อม ระยะทางวิ่งสะสม การแข่งวิ่ง รวมไปถึงการใช้เวลาในการวิ่ง

กรณีคุณNikkiเนี่ย มีทั้งแผนการฝึกซ้อม จำได้ด้วยว่าซ้อมมานานแค่ไหนแล้ว แล้วนี่ลงแข่งมา6รายการ เท่ากับว่า ลงแข่งทุกๆเดือนครึ่ง แถมมีเป้าหมายจะทำsub2ในฮาร์ฟครั้งต่อไป แล้วนี่วิ่ง5กม.ใช้เวลา25.25นาที หวังได้เลยว่าต้องได้เห็นsub2ในฮาร์ฟต่อไปแน่ๆ เนี่ย..ชัดซะขนาดนี้ เรียกได้เต็มปากเลยว่า คุณคือนักวิ่ง

ความกระตือรือร้นและการตั้งเป้าหมายการวิ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่ก็อยากให้แบ่งเวลาดีๆในการrecoverหรือผ่อนคลายตัวเอง เพราะหวั่นเหมือนกันว่าถ้าเร่งซ้อมให้บรรลุเป้าหมายไวเกินไปก็อาจเสี่ยงเจ็บตัวได้ค่ะ

ตารางการซ้อมควรเผื่อไว้ซักวันนึงสำหรับการพักแบบไม่ต้องวิ่งเลยค่ะ ส่วนในอีก6วันที่เหลือก็ควรจะมีรูปแบบการซ้อมวิ่งสลับวนไปบ้างค่ะ (LSD-Tempo-Speedwork)

มีอย่างนึงที่พอบอกได้ว่าเราซ้อมเยอะไปหรือเปล่า ก็คือการวัดอัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรขณะกำลังพัก (Resting Heart Rate)

ทุกๆ เช้าก่อนลุกจากที่นอนลองเช็คชีพจรดูว่า 1นาทีเต้นไปกี่ครั้ง จากนั้นลองลุกขึ้นมานั่งแล้ววัดชีพจรอีก1นาทีว่าเต้นไปกี่ครั้ง ถ้าตอนลุกขึ้นนั่งมันเยอะกว่าตอนเพิ่งตื่นไปซัก10ครั้งขึ้นไป มันอาจบ่งบอกว่าคุณไม่สบาย พักผ่อนน้อย หรือ อาจล้า/บาดเจ็บอยู่ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ก็อย่าเพิ่งรีบผลักไสตัวเองไปซ้อมวิ่ง (ขอให้ชีพจรตอนนั่งมันเต้นไม่รัวมากเกินไปกว่า10ครั้งแล้วค่อยไปซ้อมดีกว่า) คุณอาจจะไปนอนต่อ หรือถ้าอยากวิ่งมากๆก็ไปวิ่งช้าๆเพื่อผ่อนคลายค่ะ

การเร่งซ้อมก็เปรียบเหมือนการวิ่งเร็วๆในการวิ่งระยะไกลๆ ช้าๆแต่สม่ำเสมอจะทำให้คุณเป็นนักวิ่งที่ประสบความสำเร็จในการวิ่งได้ค่ะ…

ผมอ่านแล้วก็รู้สึกดี เหมือนคุณSusanแกเชียร์นักวิ่งมือใหม่ที่ตั้งใจวิ่งอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้ไปให้ถูกทางจะได้ประสบความสำเร็จกับการวิ่ง

แล้วผมก็ไม่ข้องใจถามตัวเองอีกแล้วล่ะว่า “ฉันเนี่ยนะ…นักวิ่ง???” อีกต่อไป

โจบิตะ
#TeamBeyond #GoTogether #BeyondRunning
#ศิษย์พี่คม #น้องพี่ปู
#วิ่งไปในย่างกุ้ง #RunInYGN 

Credit story:
https://www.runnersworld.com/for-beginners-only/am-i-really-a-runner
BySusan Paul MONDAY, SEPTEMBER 12, 2011, 12:00 AM

Views (588)

Comments