วันนี้เราจะมาคุยเรื่องก้นกันค่ะ ไปเจอมาจาก women health รับรองว่ามันจะทำให้การลดความอ้วนหรือการออกกำลังกายของเรามีเป้าหมายมากขึ้น เพราะเราจะมาคุยกันเรื่องกล้ามเนื้อบริเวณก้น หรือในภาษาทางการจะเรียกว่า Glutes อันหมายถึงกลุ่มกล้ามเนื้อบริเวณบั้นท้ายของเรา

พอพูดเรื่องก้นๆ แล้วเนี่ย มันก็ไม่ได้มีประโยชน์แค่ความสวยงามภายนอกนะ คือนอกจากใส่กางเกงยีนส์แล้วดูดี มันก็ยังมีประโยชน์กับระบบการเผาผลาญด้วย เพราะบริเวณนั้นคือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่จะช่วยเบิร์นพลังงานระหว่างวัน เลยอยากเน้นว่าคนที่กำลังลดความอ้วนต้องอ่านเป็นความรู้และทำตาม ส่วนความดีงามในแง่ของก้นเด้งเต่งตึงขอให้คิดว่าเป็นผลพลอยได้ก็แล้วกันนะ

มารู้จัก “ก้น” ของเรากันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ

1. ทีมงานคุณภาพของ “ก้น”
พูดเรื่อง Anatomy กันนิดนึงนะคะ ก้นของเราประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 3 ส่วน คือ  gluteus maximus, gluteus medius, และ gluteus minimus (ดูภาพประกอบนะว่าแต่ละอันอยู่ตรงไหนบ้าง) 3 ส่วนนี้แหละ คือทีมงานคุณภาพ! โดยส่วน maximus จะเป็นกล้ามเนื้อส่วนที่กำหนด shape ให้กับก้น ก้นเหี่ยว ก้นแฟ่บ ก้นปอด ก้นเด้ง ก็เป็นเพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้แหละ และอีก 2 ส่วนที่เหลือก็ช่วยกันพยุง Maximus ในการเคลื่อนที่

2. “ก้น” ทำงานตลอดเวลา
ในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา “ก้น” คือส่วนถูกใช้งานเกือบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะยืน เดิน ลุก กล้ามเนื้อทั้ง 3 ส่วนจะถูกใช้เพื่อซัพพอร์ทกิจกรรมเหล่านั้น แปลว่าถ้าเราบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้ให้แข็งแรง ก็จะส่งผลดีต่อการเคลื่อนไหวร่างกายทุกรูปแบบ ตั้งแต่แบบที่มีอิมแพ็คสูงๆ อย่างการวิ่ง ไปจนถึงอิมแพ็คต่ำมากๆ อย่างตีกอล์ฟ

3. มัน “ใหญ่” มาก
หมายถึงกล้ามเนื้อบริเวณก้นของเรานะ กล้ามเนื้อมัดใหญ่แบบนี้จะช่วยเผาผลาญแคลอรีเยอะมาก อย่าละเลยที่จะบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้เด็ดขาด ถ้าอยากจะลดความอ้วนได้แบบยั่งยืน

4. อย่าปล่อยให้ “ก้น” อ่อนแอ
อย่างที่บอกไปว่าก้นของเราน่ะ มันมีหน้าที่ซัพพอร์ทกิจกรรมหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันของเรา ทีนี้ ถ้าก้นของเราไม่แข็งแรงพออย่างที่มันควรจะเป็น หน้าที่ตรงนี้ก็จะไปตกอยู่กับกล้ามเนื้อ Hamstring กับข้อต่อและเส้นเอ็นที่อยู่บริเวณข้างเคียงแทน เช่น เข่า น่อง เป็นต้น (เข้าใจอารมณ์เพื่อนลาป่วยแล้วเราต้องทำ OT แทนมันป่ะ ถึงเราจะปั่นงานมา 10 ชั่วโมงแล้วก็เถอะ อะไรทำนองนี้) ดังนั้น อย่าปล่อยให้ก้นอ่อนแอ Hamstring จะได้ไม่ต้องทำ OT นะจ๊ะ

5. ต้องบริหารกล้ามเนื้อก้นเป็นประจำ
เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณก้นของเราเป็นมัดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเราควรจะบริหารก้นของเราสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง ซึ่งมันจะช่วยได้หลายๆ เรื่องอย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ระหว่างดูละครน้ำเน่าหลังข่าว ลองทำท่าเบสิคๆ แบบ Squat หรือ Lunge ไปด้วย หรือถ้าอยากได้ท่ายากก็ลองทำตามรูปประกอบดู

6. ก้นของเราใหญ่ขึ้นได้
สาวๆ หลายคนอาจจะมีปัญหาเรื่องก้นแฟ่บ ใส่กางเกงยีนส์ไม่สวย อย่าได้กังวลไป เพราะเราสามารถปั้นรูปร่างของก้นเราได้ด้วยการออกกำลังกาย! เนื่องจากก้นของเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ เราจึงเพิ่มไซส์ให้มันได้ ซึ่งจะตรงข้ามกับหน้าอกที่หลายๆ คนบ่นว่าอยากผอมแต่ไม่อยากออกกำลังกายเพราะมันทำให้นมเล็กลง -_- อันนี้มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะหน้าอกเป็นส่วนที่มีไขมัน เมื่อเราออกกำลังกายจนถึงระดับหนึ่ง ไขมันก็ต้องถูกกำจัดเป็นธรรมดา

7. บริหาร “ก้น” ไม่ต้องใช้ Weight Machine ก็ได้
ว่ากันว่าก้นของเราไม่ชอบเครื่องบริหารกล้ามเนื้อที่อยู่ในยิมสักเท่าไร ดีที่สุดคือท่า Body weight นี่แหละค่ะ ทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องมีอุปกรณ์ก็ทำได้ เช่น Squat หรือ Bridge เพราะมันจะช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดน้อยในชั้นต่างๆ บริเวณก้นได้ออกแรงไปด้วย ง่ายขนาดนี้จะไม่ทำได้ยังไง หมดข้ออ้างเลยนะที่จะไม่ทำ

8. อย่าลืมบริหาร “ก้น” ให้ครบทุกด้าน
คนส่วนมากรู้จักท่าบริหารแบบ Squat หรือ Lunge กันอยู่แล้ว ซึ่งก็ควรทำต่อไป แต่ควรจะเพิ่มการบริหารบริเวณด้านข้างของก้นไปด้วยเพื่อให้ครบตามฟังก์ชั่นการใช้งานของก้นเรา ลองบริหารด้วยท่า skaters หรือ side lunge ดู

9. โอม จงเกร็ง!
ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นปกติอยู่แล้ว เวลาที่บริหารกล้ามเนื้อก้น ลองเกร็งกล้ามเนื้อส่วน Glutes ให้มากขึ้นอีกหน่อย มันจะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ได้ออกแรงมากขึ้น และช่วยเบิร์นได้มากขึ้น ถ้าใครเปิดคลิป T25 จะได้ยินเสียงโค้ช Shaun พูดว่า “Squeeze your glutes” บ่อยมาก ประมาณนั้นแหละ

ครบ 9 ข้อควรรู้เรื่อง “ก้น” แล้วล่ะ ขอเตือนนิดนึง สำหรับคนที่เริ่มบริหารกล้ามเนื้อส่วนนี้เป็นครั้งแรกๆ จะสาหัสหน่อย อาจจะนั่งส้วมลำบากขึ้น หรือต้องลงบันไดแบบเปลี้ยๆ ก็อย่างที่บอกแหละ นี่คือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ คิดซะว่า No pain no gain ละกันนะ ^^

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก:   praimpat.com
#TeamBeyond   #GoTogether

Views (7228)

Comments

Tags

bottom · butts · glutes · muscles