เส้นทาง City Run ของหลายๆคน อาจเพื่อความสนุก เพื่อสุขภาพ เพื่อแวะกินของอร่อยๆ เพื่อถ่ายรูปมุมสวยๆ

เส้นทางจากสี่แยกบรมราชชนนี(หรือแยก35โบลว์) มายังวัดใหม่ช่องลม (ถ.เพชรบุรีตัดใหม่) ใครขับรถผ่านไปมาก็อาจไม่มีอะไรน่าสนใจนัก ยกเว้นรถราติดขัดเป็นตังเม

แต่เส้นทาง City Run เส้นนี้ของครูคม คูสุวรรณในวันวาน มันคือเส้นทางเอาไว้ฝึกซ้อมเพื่อลงแข่งขันในรายการวิ่งต่างๆ จนทำให้ครูก้าวขึ้นโพเดี้ยมรับรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน

ครูบอกว่า “วันนี้ (7 กพ.2561) ผมมาวิ่งกับเพื่อนๆนักวิ่งในเส้นทางที่ผมเคยใช้ซ้อมวิ่ง เพราะอยากให้สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนรู้ว่า เราสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของเวลาและสถานที่ฝึกซ้อม โดยวิ่งมาทำงานนี่แหล่ะครับ”

ครูบอกด้วยว่า ระยะทางประมาณ13.3กม. ใช้เวลาประมาณ55นาที วิ่งอย่างนี้ทุกวัน!!!

*********************

เวลาตี5

เช้าตรู่วันนี้ อากาศเย็นสบาย
เรานัดกันที่หน้าห้างพาต้าปิ่นเกล้า ห้างที่สมัยก่อนดังเว่อร์กับลิฟต์แก้วและสวนสัตว์ที่มีลิงอุรังอุตัง

เมื่อผู้ร่วมเดินทางอีก5ท่านมาครบแล้ว เราก็เดินไปที่สี่แยก35โบลว์ เริ่มวอร์มอัพตามปกติ ยืดเหยียดหัว-ไหล่-แขน-เอว-ขา-เท้า แล้วถ่ายรูปร่วมกัน

การเดินทางเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เราวิ่งผ่านหน้าห้างพาต้าปิ่นเกล้าอีกครั้งไปยังสะพานพระปิ่นเกล้า

ก่อนจะข้ามแยกอรุณอัมรินทร์ ครูคมสอนให้สังเกตจังหวะไฟจราจรดีๆ ถ้าเราวิ่งเข้าไปใกล้สี่แยกแล้วมันยังไฟแดงอยู่ก็ลดความเร็วลงมาหน่อย สะสมพลังงานเอาไว้ปล่อยตอนได้ไฟเขียว วิ่งแบบนี้จะทำให้ประหยัดเวลาขึ้น แต่อย่าลืมมองซ้ายมองขวากันโดนรถเฉี่ยวชนด้วย

เรากำลังจะวิ่งขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้าแล้วครับ และเนื่องจากทางลาดขึ้นสะพานไม่มีผิวบาทวิถี ดังนั้น…เราต้องวิ่งขึ้นสะพานให้เร็วขึ้น และวิ่งเป็นแถวตอนเรียง1 เอ่อ…วิ่งเร็วแล้วยังวิ่งขึ้นสะพานอีกเนี่ยนะ เหอะๆๆ

เมื่อถึงกลางสะพาน ครูเล่าให้ฟังว่า มีครั้งนึง แกพลาด แกลื่นไปสะดุดguard railตรงกลางสะพาน ตัวแกไปกระแทกguard rail เจ็บสิครับ..แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็วิ่งต่อไป!!!

ถนนราชดำเนินกลางในเวลารุ่งอรุณนั้นสวยงาม เราวิ่งผ่านแยกคอกวัว แยกสตรีวิทยา แยกผ่านฟ้า แต่ละแยกเราก็ใช้สูตรที่ครูสอน คือกะจังหวะไฟเขียวไฟแดงดีๆ พยายามอย่าเสียเวลาหยุด

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และ โลหะปราสาทในยามนี่ช่างงดงาม ผมทำหน้าที่เป็นคนคอยบันทึกภาพนักวิ่งท่ามกลางเบื้องหลังสถานที่สำคัญของชาติไปหลายต่อหลายชอต

ในการถ่ายภาพเพื่อนๆนักวิ่ง ผมจำเป็นจะต้องวิ่งสปีดขึ้นไปดักหน้ากลุ่มนักวิ่งให้ได้ประมาณ50เมตร แล้วใช้กล้องสมาร์ทโฟนถ่ายย้อนกลับมา อย่าแปลกใจว่าภาพบางภาพมีความเบลอ เพราะผมไม่ได้พกDSLRไปด้วย (คงไม่น่าสนุกนัก ถ้าต้องวิ่งไปแล้วหนีบDSLRไปด้วย ทั้งหนักทั้งไม่ถนัด แถมต้องปรับค่าโน่นนี่นั่นให้ไวด่วนจี๋)

เข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก เราผ่านสำนักงานสหประชาชาติ เลี้ยวขวาเข้าถนนพิษณุโลก ตรงไปยังนางเลิ้ง

ทำเนียบรัฐบาล มีการเปิดไฟส่องอาคารให้สวยงาม พวกเราก็อดไม่ได้ต้องเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก

ระหว่างที่วิ่งผ่านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (วิทยาลัยราชมงคล) ครูเคยเจอนักเรียนตีกัน บางครั้งนักเรียนไม่รู้ว่าครูคมพวกใคร เลยวิ่งถือไม้ทีกรูกันเข้ามา … ก็วิ่งหนีสิครับ จะรออะไร (สมัยผม ผมโดนคนขับรถเมล์จอดรถ ชักด้ามเกียร์ลงมาไล่กวดนักเรียนด้วย หนีกันแทบตาเหลือก … แต่ผมเด็กดีนะ ไม่เคยไปตีกับใคร จีบสาวก็ไม่เป็น คุยกับสาวๆแล้วตัวสั่นงั่กๆ เกี่ยวมั้ยเนี่ยที่เล่ามา)

เราวิ่งกันยาวๆ ข้ามทางรถไฟแยกยมราช เข้าถนนเพชรบุรี วิ่งจนไปหยุดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ที่เป็นตึกธนาคารพาณิชย์เอกชนแห่งแรกของประเทศไทย แวะเก็บภาพกันซะหน่อยนะเออ

ครูกับผมสังเกตว่า 2 ข้างทางของถนนเพชรบุรีในยุคก่อนกับยุคปัจจุบันนั้นช่างแตกต่าง เดี๋ยวนี้เราจะเห็นอาคารพาณิชย์หรือตึกแถวน้อยลง ส่วนใหญ่เมื่อหมดสัญญาเช่าก็ถูกทะยอยทุบทิ้งแล้วทำเป็นอาคารสูง เป็นคอนโดมิเนียม

ครูคมถามสมาชิกเมื่อผ่านโรงแรมอมารีวอเตอร์เกตว่า มีใครเคยมาลงงานวิ่งที่ออกสตาร์ทหน้าโรงแรมนี้ตอนเที่ยงคืนบ้างมั้ย ผมจำได้ว่าผมเคยมาส่งแฟนมาร่วมวิ่งเพราะบริษัทที่แฟนทำงานเป็นco-sponsor (ตอนนั้นเรื่องวิ่งยังไม่เข้ามาในDNAผมเลย) ครูเล่าว่า งานนั้นวุ่นวายมาก ฝากของไว้ ตอนจะกลับมารับก็หากันไม่เจอ การกั้นรถก็กั้นไม่ค่อยดี

เราวิ่งขึ้นสะพานลอยข้ามแยกประตูน้ำ ครูให้แวะถ่ายรูปบนสะพานลอยให้เห็นตึกใบหยก เดี๋ยว18มีค.นี้ครูคมจะมาแข่งวิ่งขึ้นตึก (ติดตามชูจั๊กกะแร้เชียร์กันได้เลย)

เราวิ่งกันต่อไปทางถนนราชปรารภ เลี้ยวขวาไปยังมักกะสัน ช่วงนี้เองที่รถราไม่ค่อยเยอะ พื้นบาทวิถีไม่ค่อยเรียบ เราเลยลงมาวิ่งบนพื้นถนนเลียบบาทวิถีกันไปยาวๆ จนถึงแยกมิตรสัมพันธ์ ผมแปลกใจเพราะสังเกตว่า บ้านไม้ในพื้นที่ของการรถไฟเค้าติดแอร์ได้ด้วย สงสัยด้านภายในบ้านคงบุผนังมายังดี มิฉะนั้นติดแอร์ไปคงเปลืองไฟตายเลย

เข้าสู่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เราวิ่งตรงไปที่สี่แยกอโศก-เพชรบุรี ตรงผ่านหน้าร้านเรือนเพชรสุกี้ วิ่งเลยหน้าทางเข้าวัดใหม่ช่องลมเพื่อไปสิ้นสุด ณ ที่ทำงานของครูคม

เมื่อถึงจุดสิ้นสุด เราก็มาถ่ายรูปคู่กับครูเก็บไว้เป็นที่ระทึก เอ้ย! ที่ระลึกกันหน่อยแถวๆหน้าบริษัทที่ครูคมทำงาน โดยถ่ายให้หน้าชัดหลังเบลอ เอาให้หล่อๆกันหน่อย

แล้วเราก็เดินย้อนกับมาหาของกินง่ายๆหน้าโรงเรียนวัดใหม่ช่องลม ผมสังเกตว่า กิจกรรมหน้าเสาธงของโรงเรียนนั้นลากยาวมาก น่าจะไมาต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงแน่นอน

 

ช่วงที่เรากินข้าวกันไป ก็คุยกันถึงความเป็นมาของสมาชิกก่อนเข้าสู่สนามการวิ่ง ผมเองก็ทะยอยส่งรูปที่ถ่ายมาให้กับสมาชิกวันนี้

ครูเล่าว่า ชีวิตเพื่อนร่วมงานที่ทำงานหลายคนอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย เหตุผลคืออยากเก็บเงินไว้รักษาตัวในยามชรา

บางคนบอกครูว่า “เนี่ย..ไม่สบายอีกแล้ว ทำไมคมยังดูแข็งแรงไม่เป็นไข้เลย” พอครูจะชวนมาวิ่งก็มีสารพัดเหตุผลยกขึ้นมาเพื่อปฏิเสธความหวังดีของครู

*********************

ผมรู้สึกอิ่มเอมกับวันนี้ที่ได้วิ่งcity runในเส้นทางที่ครูคมเคยใช้ฝึกซ้อมวิ่ง วิ่งไปพร้อมๆกับเพื่อนสมาชิกอีก4ท่าน ดีใจและสุขใจมากๆ ที่ได้วิ่งไปด้วยกัน ณ เช้าวันพุธที่ 7 กพ. 2561

ถ้าวันนี้คุณมีโอกาสสร้างเสริมสุขภาพตัวเอง หรือ อยากพัฒนาศักยภาพของตัวเอง พยายามก้าวข้ามข้อจำกัดที่มี แล้วลุยไปด้วยกันครับ มันดีกับชีวิตของพวกเราชาวโลกแน่นอนครับ

โจบิตะ
#TeamBeyond #GoTogether
#ศิษย์พี่คม #น้องพี่ปู
#วิ่งไปในย่างกุ้ง #RunInYGN

Views (191)

Comments