คุณมีเพื่อน หรือคนรู้จักสักคนไหม ที่มักจะ แพ้ทุกสรรพสิ่งในโลก ตั้งแต่สิ่งที่ไม่ได้แปลกมากสำหรับคนทั่วๆที่มักจะมีอาการแพ้ เช่นขนสัตว์ หรือฝุ่น ไปจนการแพ้ของแปลกๆเช่นแพ้กระดาษคาร์บอน มักจะมีอาการคัน เป็นผื่นตรงนู้นตรงนี้ ตื่นมามีน้ำมูกไหล เยื่อบุตาบวมน้ำตาไหล หรือเยื่อบุจมูกบวมหายใจไม่ออก และมีอาการเหมือนพูดไม่รู้เรื่อง ตอบสนองช้าเพราะยังคงเมายาแก้แพ้ที่ซัดไปเมื่อคืน

 
เพื่อนคนนี้มักจะรู้ดีมากว่ายาแก้แพ้ตัวไหนมีอานุภาพล้มช้างหลับข้ามวันข้ามคืน หรือตัวไหนอ่อนหัดเกิน ไม่สามารถบรรเทาการได้ ไปหาหมอมาทุกคลินิกที่กระทู้พันทิปของคนขี้แพ้บอกสรรพคุณไว้ว่ารักษาหาย ยอมจ่ายเงินแพงกว่าค่าใช้จ่ายปกติ เพื่อให้ใครช่วยรักษาอาการ แต่ก็ไม่เคยหายขาดสักที ต้องวนกลับมาสู่วงจรยาแก้แพ้อยู่ร่ำไป
ตอนนี้คุณได้รู้จักคนคนนี้แล้วล่ะ ทั้งหมดที่เล่าให้ฟังข้างบนคือ วงจรชีวิตช่วงหนึ่งของเราเอง
ตั้งแต่เด็ก เราไม่เคยชอบการที่มีเหงื่อ ตัวเหนียว มักจะหลบเลี่ยงวิชาพละศึกษา หรือกิจกรรมกลางแจ้งทุกสิ่งอัน จนมาถึงวัยสามสิบกว่าที่เรียกว่าเป็นวัยทำงานเต็มตัว ก็มักจะชอบทำงานจนดึกดื่น การนอนตี1ถือเป็นการนอนเร็ว วันไหนขยันจะนอนตี3 ถือว่าตนเก่งมาก ควรได้รางวัลเป็นการดูซีรี่ยาวต่อเนื่องไม่นอนสักเรื่องช่วงสุดสัปดาห์ และใช้ชีวิตแบบนี้มาเรื่อย
จนอาการแพ้นู่นนี่เริ่มแสดงออกมาทีละอย่างสองอย่าง ตรวจเลือดก็พบว่าตนเองมีรายการแพ้ยาวเป็นหางว่าว เริ่มเป็นเซปเดิมที่ใบหน้าอย่างจริงจัง และเริ่มรู้จักกับยาแก้แพ้สารพัดขนาน และจุดแตกหักคือเมื่อเริ่มเป็นผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำที่ฝ่ามือ เป็นๆหายๆ แต่ไม่หายขาด
การตื่นเช้ามาพร้อมกับหัวมึนๆไม่พร้อมทำงาน หน้าเป็นผื่นแดง มือมีตุ่มมีหนองบ้าง เป็นสะเก็ดบ้าง ทำให้เกิดอาการที่เกือบจะเรียกว่าซึม และเศร้า
เราค้นพบว่าหากวันใดเรานอนเร็ว นอนเต็มที่เราจะมีอาการคันน้อยกว่า ประกอบอาการดื้อยาแก้แพ้ จึงคิดว่าควรหักดิบ แก้มันที่ต้นเหตุนี่แหละ เลิกพฤติกรรมนอนดึกโดยสิ้นเชิง ยาแก้แพ้เอาไปซุกไว้ไกลๆ สองทุ่มครึ่งต้องเอาร่างมาอยู่บนเตียงเตรียมนอนแล้ว สามทุ่มควรเข้าสู่การหลับสนิทแล้ว ผลคืออย่างไรตี5 ก็จะต้องตื่น ตื่นมาแล้วอีกนานกว่าจะถึงเวลาไปทำงาน เลยคิดว่าควรลองไปทำกิจกรรมที่คนสุขภาพดีเค้าทำกันสักหน่อย ลองไปเดินสวนลุมดีกว่า
วันแรกวิ่งสุดแรงเกิดได้ 300เมตร เหงื่อออก ผิวคันยิบๆ และเหนื่อยหัวใจแทบจะหลุดออกมา วันนั้นเลิกวิ่งแล้วเดินกลับบ้าน ไม่ได้เลิกล้มแต่กลับมาหาข้อมูลใหม่ว่าควรเริ่มอย่างไร ติดกระดุมเม็ดแรกใหม่ให้ถูก โดยตั้งมั่นว่าวันรุ่งขึ้นไปใหม่ ลองกับมันซักตั้ง ไม่วิ่งแต่จะเริ่มด้วยการเดินจากบ้านไป ไม่ขับรถไป พกเงินไปให้พอแค่ค่าน้ำ เพื่อที่อย่างไรก็จะต้องนำร่างตนเองไป และกลับด้วยวิธีการเดินเป็นอย่างน้อย ระยะทางไปกลับเท่ากับ 3.4กิโลเมตร ส่วนที่เดินในสวนลุมได้เท่าไหร่ นับเป็นกำไร
ทำแบบนี้เกือบทุกวัน เดินได้มากขึ้นวันละนิด จนเริ่มจ๊อกเบาๆ และเริ่มออกวิ่งสลับเดิน จนสามารถวิ่งได้ครบรอบสวนได้ 1รอบ มีความสุขและ ภูมิใจ ยิ่งใหญ่มาก จาก 1รอบ เป็น 2รอบ จึงลองสมัครงาน5กิโล ดูสักครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ใช้เวลา 40นาทีดีใจมาก กลับมาทำวนแบบเดิมค่อยๆเพิ่มจาก 2 เป็น 3 4 และ 5รอบ และลองสมัครวิ่งมินิมาราธอนดูสักที ได้ผลประกอบการ คือ 55.59นาที วันที่ 3 มกราคม 2562 ดีใจมากแต่ก็เหนื่อยแทบขาดใจ
หลายปีเต็มกับการเป็นคนขี้แพ้ ค่อยๆมีอาการน้อยลงไปทีละนิด ทีละอย่าง ยาแก้แพ้ที่เคยต้องพกเหมือนพกแบตสำรอง เป็นของขาดไม่ได้ เริ่มกลายเป็นของไม่จำเป็นในชีวิต หมอผิวหนังที่เจอกันบ่อยกว่าเพื่อนสนิทก็ลืมหน้ากันไปแล้ว จากที่เคยเสียเงินกับค่ายาค่าหมอ เป็นเสียเงินกับค่ารองเท้าและอุปกรณ์วิ่ง (หึหึ ^^) ตั้งแต่เริ่มออกวิ่งครั้งแรก จนถึงวันนี้ 1ปีกับ 8เดือน
มารู้ตัวอีกทีคือเรากลายเป็นคนชอบวิ่งไปแล้ว วิ่งจนเหงื่อออกท่วมเป็นเรื่องน่าภูมิใจ มีแรงจูงใจในการศึกษาหาข้อมูลให้วิ่งได้ดีขึ้นจากหลายๆแหล่งความรู้ กัลยาณมิตรได้ชักชวนให้มาลองวิ่งกับทีมบียอนด์ ได้ฝึกซ้อมแบบ มีแบบแผนอย่างจริงจัง มีการวางโปรแกรมแต่ละวันในสัปดาห์ให้ มีเวลาซ้อม และพักอย่างเหมาะสม การซ้อมถูกแบ่งให้ฝึกทั้งด้านความทนทาน และความเร็ว ได้เรียนรู้วิธีการวอร์มอัพ การดริล และคูลดาวน์ ยืดเหยียดอย่างครบถ้วน ไม่ใช่ทำแบบผิดๆถูกๆอย่างเคย
ผลคือเข้าใจว่าควรแก้ไขข้อบกพร่องของตนเองตรงไหน อย่างไร ไม่เสียเวลาไปกับการตะบี้ตะบัน จะทำ แต่ไม่ได้พัฒนาด้านความแข็งแรงจริงๆ และสุดท้ายคือการมีเพื่อนรอบตัวที่ใส่ใจ สนใจ และให้ความสำคัญกับสุขภาพกายใจที่แข็งแรง และเป็นเรื่องน่าแปลกที่เพื่อนๆที่รักการออกกำลังกายเหล่านี้ มีคุณสมบัติประจำกายอีกอย่างคือ มีน้ำใจนักกีฬา มีวินัย ตรงต่อเวลา มีความเอื้อเฟื้อแบ่งปัน ให้กำลังใจกันเสมอ เป็นสังคมที่น่ารัก อบอุ่น และน่าอยู่อย่างยิ่ง
เป้าหมายต่อไปที่ตั้งมั่นว่าจะได้ทำกับทีม คือการทำฮาฟมาราธอนแรกของตนเองที่งานยุพราช จอมบึง ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ง่ายเลย แต่คิดว่าถ้าได้ไปกับเพื่อนๆ พี่ๆ ในทีมนี้ เราจะทำได้ รู้สึกมีกำลังใจ และจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด จะเป็นฮาฟแรกที่มีความหมายน่าจดจำไม่ใช่แค่สถิติที่ดี แต่จะมีมิตรภาพระหว่างทางที่เก็บเกี่ยวจากการซ้อมด้วยกัน ล้มลุกไปด้วยกัน เส้นชัยนี้คงไม่ใช่วันแข่ง แต่มันคงจะเริ่มตั้งแต่วันซ้อมแล้วล่ะ
สุดท้ายขอเชิญชวนเพื่อนๆมาร่วมวิ่งที่งานนี้เพื่อโรงพยาบาลยุพราช จอมบึง ซึ่งมีความพิเศษตรงที่คนในพื้นที่จัดงานเอง และยังได้ร่วมทำบุญเพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ที่ โรงพยาบาลยังขาดแคลนอีกด้วย
เปิดรับสมัครวันที่ 25 มิถุนายน 2562 เวลา 10:00 น. ทางเพจยุพราช

FB : Chombueng Crown Prince Hospital Half Marathon 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

Line : CCPH Official

 

หมายเหตุ : หาก นักวิ่ง Half Marathon จบในระยะเวลา 2:45 นาที. ประสงค์จะวิ่ง ใช้ผลการวิ่ง สมัคร จอมบึงมาราธอน ในระยะ มาราธอน 42.195 กิโลเมตร ได้ครับ กรณี พลาดโอกาส lotto 

#TeamBeyond 

#BeyondRunning 

#GoTogether 

#ทีมแห่งโอกาส 

#สังคมแห่งการแบ่งปัน

#21คน21โลเพื่อโรงพยาบาลยุพราชจอมบึง

#สสส

Views (421)

Comments