ถ้าจะเล่าถึงน้องนักวิ่งที่ชื่อ “บิ๊ก” คงมีคำถามว่า ใครอ่ะ?
แต่ถ้าบอกว่า “บิ๊ก” เป็นตากล้องงานวิ่งจากเพจ KunMong เชื่อว่านักวิ่งคงคุ้นๆกันดี (โดยเฉพาะเวลาหารูปตัวเองในงานวิ่ง)
ลองมารู้เบื้องหลังการถ่ายรูปนักวิ่งจากบิ๊กกันนะครับ เชื่อว่าหลายๆ คนคงอยากรู้ว่าตากล้องเค้าทำงานกันยังไง แล้วเรานักวิ่งจะต้องทำยังไงถึงจะได้รูปสวยๆ หล่อๆ

เกริ่นเล็กน้อยครับ:
ผมรู้จักบิ๊กเมื่อตอนไปโอซาก้ามาราธอน2017
ตอนนั้น…ต่างคนต่างรอต่อเครื่องที่โฮจิมินห์ คาดว่าบิ๊กเห็นผมใส่นาฬิกาวิ่ง เลยมาทักทายกัน เลยได้คุยกัน
แล้วก็ได้คุยกันมากขึ้นตอนลงเครื่องที่สนามบินคันไซ เพราะบิ๊กกำลังโดน ตม. ถามโน่นนี่ (ไม่รู้ไปยกกล้องถ่ายพี่ตม.ญี่ปุ่นป่ะเนี่ย!)
ผมเลยเดินเข้าไปช่วยอธิบาย ว่าเรามาวิ่งงานโอซาก้าครับ วิ่งกันอาทิตย์นี้แหล่ะ ปล่อยตัวที่ปราสาทโอซาก้าตอน9โมง (ตม.จ๋า…รู้ยังจ๊ะ? ไม่รู้…เชยนะจ๊ะ 555)
แล้วตม.ก็ปิดแสตมป์ในpassportของบิ๊กแต่โดยดี อิอิ

แล้วก็เจอบิ๊กอีกที ตอนวิ่งฟันรัน เอ้ย! วิ่งมาราธอนเสร็จ ต่างคนต่างเดินตัวตรง ขาไม่งอ ไปถ่ายรูปกัน แล้วก็แยกย้าย

โม้เยอะแระ เข้าเรื่องของบิ๊กดีกว่า
รับรองว่าอ่านจบแล้ว พวกเรานักวิ่งจะเข้าใจถึงก้นบึ้งหัวใจของตากล้องงานวิ่งครับ เชิญอ่านกันเลยยยยย

********************

พี่โจ – แนะนำตัวด้วยจ้า
บิ๊ก > หวัดดีครับพี่ ผม”บิ๊ก”ครับ เป็นช่างภาพจากเพจ KunMong (อ่านว่าคุณมงนะครับ อย่าอ่านเป็นคุมอง ผมไม่ได้สอนหนังสือ…ฮาๆๆ)

พี่โจ – ถ่ายรูปนักวิ่งมานานยังครับ?
บิ๊ก > งานแรกของผมก็ที่จอมบึงปี2017 แล้วผมก็ถ่ายรูปนักวิ่งมาจนถึงปัจจุบัน นี่ก็กะจะถ่ายจนกว่าจะไม่มีนักวิ่งให้ถ่ายเลยฮะ

พี่โจ – มีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้อยากถ่ายรูปนักวิ่งครับ?
บิ๊ก > แรงบันดาลใจหรอครับ อืม… อยากถ่ายสาวๆน่ารักครับ 5555

พี่โจ – นั่นไง!!!
บิ๊ก > อิอิ คือตอนแรกผมก็ยังไม่รู้จักวงการถ่ายภาพนักวิ่งครับ
เมื่อก่อนผมเล่นกล้องเพราะวิชาที่ผมเรียนก็มีเรื่องถ่ายรูปครับ
แล้วช่วง2ปีที่ผ่านมา ผมก็วิ่งแต่ยังเป็นนักวิ่งปลายแถว
เวลาไปวิ่งงานไหนพอวิ่งเสร็จ มันดันว่าง ต้องรอเพื่อนๆหรือน้องๆ ที่หัดวิ่งเข้ามาถึงกว่าจะกลับกัน

แล้วมีงานนึงน้องมาบ่นว่า…
“เนี่ย!! พี่ๆ ทำไงให้ได้รูปสวยๆ อ่ะ? บางทีผมกำลังวิ่งเข้าเส้นชัย ก็ไม่เห็นเจอช่างภาพเลย บางทีก็ได้รูปออกมาไม่สวยอีกอ่ะพี่”
ผมเลยพกกล้องติดตัวออกมาถ่ายให้น้อง ให้เพื่อน
แล้วเพราะว่าผมตั้งใจจะไปโอซาก้าในปลายปี17
ผมเลยวางแผนว่าจะหารายได้เสริมทางด้านนี้
มีหลายคนถามอ้าว แล้วมันไม่ชนกันเหรอ?  แล้วจะมีเวลาซ้อมพอเหรอ?
ผมตอบได้เลยว่า… ผมอยากไปแล้วผมจะไปต้องวางแผนดีดี วันเสาร์ซ้อมยาว
วันอาทิตย์ถ่ายภาพหารายได้ไปด้วย มันจะไม่ชนกันครับ นี่แหละครับคือที่มา….

พี่โจ – เออ…ดีงามจริงๆ ครับบิ๊ก เฮ้ยแล้วเวลาบิ๊กไปถ่ายรูปในงานวิ่ง มีความยุ่งยากยังไงบ้างครับ?
บิ๊ก > ถ้าถามถึงขั้นตอนการถ่ายภาพ ถ้าไม่เคยมาจับเลยก็ยากนะครับ
แต่ถ้าจับบ่อยๆจนชิน มันจะรู้เลยครับว่าต้องตั้งจุดถ่ายรูปยังไงบ้าง

ผมอาจจะไม่เก่งมาก แต่ประสบการณ์มันจะสอนให้เราเก่งขึ้นครับ
ความยากมันอยู่ที่ว่าบางสถานที่เราไม่เคยไปเราไม่รู้ว่าตรงนั้นจะมีแสงไฟพอไหม

ทุกวันนี้ช่างภาพจะมีไฟเพิ่มเป็นของตนเอง ถ้ามีไฟส่องที่นักวิ่งกล้องจะโฟกัสให้ครับ
พอโฟกัสที่นักวิ่งแล้วตอนนี้ก้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของช่างภาพแต่ละคนแล้วครับว่าจะสื่อภาพนั้นออกมายังไง

ส่วนเรื่องอาหารการกิน นักวิ่งทำยังไงช่างภาพแบบนั้นเลยครับ กินก่อนปล่อยตัว ถ่ายจนงานจบถึงจะได้กิน
แบบผม บางทีก็กินไปถ่ายไป บางทีใช้เวลาเกือบ9ชั่วโมงในการอยู่ในสนาม บางทีก็มีพี่นักวิ่งนำอาหาร น้ำมาให้ทานบ้าง
เรื่องอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ตอนนี้ผมก็จะต้องแบกกล้อง1ตัว เลนส์ 2-3 เลนส์ เก้าอี้สำหรับนั่ง หมวก อื่นๆอีกมากมาย

เวลาจะเข้าห้องน้ำทีนึงถ้าไม่มีเพื่อนนั่งข้างๆก็ต้องแบกไปครับ
แบบผมมันเป็นธรรมเนียม ไปที่ไหนต้องเข้าห้องน้ำก่อนถ่ายที่นั่น 5555

พองานจบสิ่งที่ช่างภาพต้องทำต่อคือ….การมานั่งคัดภาพ ปรับสีภาพของทุกๆคน
ผมเชื่อว่านักวิ่งอยากให้รูปของตัวเราเองออกมาดี ผมก็เช่นกันที่อยากจะได้รูปสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ช่างภาพก็เช่นกันครับ อยากให้งานที่ถ่ายออกมาดี บางภาพเสียดายที่มันเบลอ
ถามว่าช่างภาพรู้สึกยังไงครับ บอกเลยว่าไม่ต่างกับนักวิ่งที่หารูปตัวเองไม่เจอแหละครับ อาการเดียวกัน

พอแต่งภาพเสร็จก็จะเริ่มทยอยกันอัพลงเว็บบ้างลงเพจตนเองบ้าง
หากบางทีถ่ายมาเกือบ 5000 ภาพ คงไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมถึงช้า ฮาๆ

พี่โจ – มีครั้งไหนที่ถ่ายรูปแล้วประทับใจมากๆ จนอยากแชร์กับเพื่อนนักวิ่งบ้างครับ?
บิ๊ก > ในความคิดส่วนตัวของผมนะครับ ผมว่าผมประทับใจทุกๆสนามครับ
ทุกๆสนามที่ถ่ายมามันจะมีเรื่องราวของมันครับ อยู่ที่ว่าเราจะเจอกับมันเองรึป่าว

ถ้าถามว่างานไหนประทับใจสุด ขอยกให้เป็นงาน “วิ่งด้วยกัน” เมื่อปี 2017 ครับ
มีพี่สาวท่านนึง ขออนุญาตเอ่ยนาม “พี่แนน” มาชวนไปถ่ายรูปงานนี้เพราะพี่แนนเป็นกลุ่มผู้จัดงาน
ตอนนั้นก็กำลังชอบถ่ายรูปจึงตอบตกลงไปแบบยังไม่ต้องคิดอะไร
ถามว่าทำไมถึงชอบงานนี้ ผมว่าผมชอบรอยยิ้มของนักวิ่งงานนี้นะครับ
นักวิ่งที่มาวิ่งงานนี้เป็นคนพิการ แต่พอเราถ่ายภาพออกมา เขากำลังยิ้มครับ ยิ้มแบบมีความสุข
อาจจะมองไม่เห็นความรู้สึก แต่อยากให้ภาพบรรยายความรู้สึกนั้นนะครับ

พี่โจ – โห บิ๊กนี่ลึกซึ่งละเอียดอ่อนนะเนี่ย
ถามหน่อยว่า…ถ้าเพื่อนนักวิ่งอยากได้รูปสวยๆหล่อๆ ให้ได้ “ภาพบรรยายความรู้สึก” ควรทำยังไงบ้างครับ?
บิ๊ก > ฮาๆๆๆอันนี้ผมว่าสวยหล่อกันทุกคนนะ ฮาๆ

พี่โจ – แล้วทำไงถึงจะได้ภาพไวๆ อ่ะครับ?
บิ๊ก > พี่ๆ สามารถติดตามได้ทางเว็บ Thai.Run ซึ่งหลังจบงานพี่ๆ อย่าพึ่งใจร้อนกันนะครับ ให้ช่างภาพได้พักกันบ้าง
แต่ถ้าอยากได้รูปชัวร์ๆ แนะๆนำเปิดหาวันอังคารเลยครับ เว็บนี้สามารถค้นหาเลขบิบ ค้นหาจากใบหน้าได้ด้วย
หรือสามารถติดตามได้ทางเพจนะครับ เพจผมคือเพจ KunMong (ย้ำนะครับไม่ได้สอนหนังสือ5555+)

พี่โจ – อยากบอกอยากฝากอะไรกับเพื่อนๆ นักวิ่งบ้างมั้ยครับ?
บิ๊ก > อยากฝากถึงนักวิ่งทุกๆท่านนะครับว่า…
นักวิ่งอยากได้รูปสวยๆเอาไว้เป็นที่ระลึก ช่างภาพก็อยากให้รูปออกมาดี
แต่บางทีมันอาจจะเจอปัญหาบ้าง เช่น บางงานโดนคนวิ่งตัดหน้าบ้าง ลักษณะนี้อย่าทำกันเลยนะครับ
หากเป็นคุณโดนตัดหน้าบ้างคุณจะรู้สึกยังไง ซึ่งช่างภาพทุกคนอยากให้รูปที่ถ่ายออกมาดีหมดครับ
รวมถึงผมด้วย

ผมยังคงคิดเสมอว่า
ภาพถ่ายมันยังเก็บความทรงจำของเราได้
หากผ่านไปนานเท่าใด เมื่อคุณได้หยิบภาพนี้ขึ้นมา คุณจะจำเรื่องราวของความทรงจำนี้ได้

เจอกันทักทายกัน ยิ้มให้กันในงานวิ่งนะครับ
แล้วเจอกันในสนามนะครับ
ขอบคุณครับ ^^

พี่โจ – ขอบคุณมากนะบิ๊กนะ
บิ๊ก > เช่นกันครับพี่โจ ขอบคุณครับ

********************

#โจบิตะ
#TeamBeyond #GoTogether

Views (558)

Comments