เข้ามาซ้อมร่วมกับทีมบียอนด์ได้ไม่นาน แต่ “มาร์ช” เป็นอีกคนที่มีสถิติการวิ่งดีขึ้นมากๆ และเป้าหมายหลักต่อไปก็คือ sub4 มาราธอนแรกภายในปีนี้

Beyond: วิ่งมานานรึยังคะ?

มาร์ช: เริ่มวิ่งครั้งแรกตอนม.1ครับ ไม่ได้วิ่งเร็วโดดเด่นจากคนอื่น แต่ครูประจำชมรมวิ่งอนุญาตให้มาฝึกด้วยเพราะเห็นว่าตอนคัดตัวอดทนจนวิ่งครบ 10 รอบสนามบอล แต่ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ชมรมวิ่งก็ถูกยุบหลังจากผมได้ร่วมซ้อมแค่ภาคเรียนเดียว หลังจากนั้นก็ได้ย้ายไปเรียนที่อื่นซึ่งค่อนข้างไกลจากบ้านและไม่มีชมรมวิ่ง ผมก็ไม่มีโอกาสซ้อมวิ่งเป็นประจำอีก แต่ก็ยังมีออกกำลังด้วยการเล่นบาสเก็ตบอลกับเพื่อนๆอยู่เรื่อยๆในช่วง ม.ปลาย หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยก็มีกลับมาวิ่งออกกำลังเองบ้างแต่ไม่สม่ำเสมอ วิ่งวันเว้นวันสักเดือนนึงบ้าง พอมีเรื่องยุ่งๆเข้ามาก็หยุดวิ่งไปสักครึ่งปี ยกเว้นแต่มีสมัครวิ่งมินิมาราธอนเมื่อไหร่ก็จะมาซ้อมใหม่สัก 2 สัปดาห์หรือ 1 เดือนก่อนวันงาน  แต่ที่เริ่มกลับมาวิ่งล่าสุดคือเดือน ก.ค.60 ครับ

 

Beyond: เริ่มจริงจังกับการวิ่งตอนไหนคะ?

มาร์ช: ที่จริงก็จริงจังตั้งแต่ได้มีโอกาสเข้าชมรมวิ่งตอน ม.1 นั่นแหละครับ แต่หลังจากหยุดไปนานรอบล่าสุดก็มาจริงจังตอนที่ตัดสินใจจะลงสมัครวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกครับ น่าจะราวๆต้นเดือนสิงหาคม 60 เพราะเห็นงาน Pattaya Marathon จัดใกล้บ้านและยังเปิดรับสมัครอยู่ พอสมัครไปแล้วก็เริ่มรู้ตัวว่าระยะฮาล์ฟมาราธอนไม่ใช่เรื่องเล่นๆแล้วนะ ต้องซ้อมต้องฝึกแล้วเดี๋ยวเจ็บไปจะเป็นภาระ “ไอ้นาย” เพื่อนที่เราชวนมาวิ่งอีก พอวิ่งจบก็รู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก ยิ่งได้รู้สถิติของไอ้นายที่เป็นคนใกล้ตัวก็รู้สึกว่าเรายังทำได้ดีกว่านี้อีก

 

Beyond: มีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้อยากวิ่ง?

มาร์ช: ตอนที่ตัดสินใจไปคัดตัวชมรมวิ่งเลยคือ รู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองครับ ตอนเด็กๆร่างกายผมค่อนข้างอ่อนแอ ไซนัสอักเสบกับภูมิแพ้นี่ถือเป็นโรคประจำตัวเลย นอกจากนี้ผมเป็นคนที่มีเพื่อนสนิทไม่เยอะ เพราะเรียนหนังสือไกลบ้านมาตลอด ทำให้ไม่ค่อยได้มีเวลาเล่นกับเพื่อนคนอื่นสักเท่าไหร่ พลอยทำให้ผมเป็นคนขี้อายด้วย ตอนนั้นบอกตัวเองว่าอยู่โรงเรียนประจำแล้วนะ ตอนนี้มีเวลามากขึ้นแล้ว หมดข้ออ้างแล้ว ให้การเป็นสมาชิกชมรมวิ่งเปิดโอกาสให้เราแก้นิสัยขี้เขินเลยละกัน ที่สำคัญตอนนั้นมีเพื่อนผู้หญิงที่รู้จักตั้งแต่ชั้นประถมจากโรงเรียนสอนพิเศษย้ายเข้ามาเรียนที่เดียวกันด้วย ผมแอบชอบเขาแต่เรารู้สึกว่าตัวเองนี่ไม่น่าสนใจเอาซะเลย ตอนนั้นก็ตั้งใจฝึกมากเพราะคิดว่าอยากให้เรามีค่าพอจะอยู่ในสายตาเขาบ้างครับ มารู้ทีหลังว่าเขาก็สนใจเราอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่เข้าไปคุยสักทีจนเขาตกลงคบกับคนอื่นไปเรียบร้อยครับ555 นับจากตอนนั้นผมก็รักกีฬาวิ่งมาตลอดครับ (เพราะไม่มีเขาให้รักแล้วครับ ถถถ…..ถุ๊ย)  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าควรตั้งเป้าหมายกับการฝึกซ้อมให้สัมพันธ์กันนะครับ เรื่องวิ่งก็เช่นกัน

Beyond: สถิติการวิ่งดีขึ้นมั้ยคะ?

มาร์ช: >>  มินิมาราธอน(10K)ทำเวลาได้ดีขึ้นประมาณเกือบ 9 นาทีครับ

เดิม 9 ก.ค.60 ที่งานแก่งกระจานมินิมาราธอน-ฟันรัน ได้ Gun Time  54:40

ล่าสุด 4 ก.พ.61 ที่งาน Amazing Thailand Marathon  ได้ Gun Time 45:47

>>  ฮาล์ฟมาราธอน (21K) ทำเงลาได้ดีขึ้น 14 นาทีกว่าครับ

เดิม 3 ก.ย. 60 ที่งาน Pattaya Marathon 2017 ได้ Net Time 1:59:29

ล่าสุด 28 ม.ค.61ที่งาน เดินวิ่งเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน มินิ-ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ 6 ได้ Net Time 1:45:13

 

Beyond: ดูแลตัวเองเรื่องซ้อมกับเรื่องสุขภาพอย่างไรบ้างคะ?

มาร์ช: ดื่มน้ำให้เยอะ ไม่อดมื้อเช้า  ทานอาหารลดเค็มเพราะค่าไตของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อยากจะแนะนำให้นอนพักผ่อนให้อิ่มด้วยแต่ข้อนี้ผมเองก็ยังทำไม่ค่อยได้ครับ

 

Beyond: วางเป้าหมายในปีนี้ไว้อย่างไร?

มาร์ช: ควบคุมค่าไขมัน LDL ในเลือดให้ลดลงมาเป็นระดับปกติ และตั้งใจว่าจะลงมาราธอนแรกภายในปลายปีนี้โดยทำเวลาให้ได้ต่ำกว่า 4 ชั่วโมงครับ

Beyond: อยากขอบคุณใครมั้ย กับพัฒนาการในครั้งนี้?

มาร์ช: ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมฝึกซ้อมกับทีมบียอนด์ในบุรีรัมย์แคมป์ครั้งนี้ แต่ที่ขอบคุณเป็นพิเศษคือ โค้ชคม คูสุวรรณ สำหรับคำแนะนำเทคนิคการวิ่งดีๆ การกำหนดเป้าหมายให้ท้าทายขึ้น และการให้ผมวิ่งประกบกับน้องๆพี่ๆที่ฝีเท้าดีกว่าจนเกิดการพัฒนา ขอบคุณน้องแบงค์สำหรับการพาพี่วิ่ง Tempo จนพี่รู้จักเพซใหม่ของตัวเอง ขอบคุณอุ๊ยสำหรับความเฮฮาและความมั่นใจในการเพิ่มฝีเท้าทุกครั้งที่วิ่งด้วยกัน ขอบคุณทีม Wongnai สายกินทุกคนที่ทำให้อยากมาซ้อมเป็นพิเศษครับ สุดท้าย Thank you Eileen Lim. Your words always remind me that I should never quit doing things I love.

#TeamBeyond   #GoTogether

Views (200)

Comments