จากเดิมที่รักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ แต่ด้วยระยะเวลาปีกว่าๆบนเส้นทางการวิ่ง “พี่ยุ้ย” คว้าทั้งโพเดี้ยมและทำ new pb เป็นว่าเล่น

Beyond: พี่ยุ้ยวิ่งมานานหรือยังคะ?

พี่ยุ้ย: พี่วิ่งมาประมาณ 1 ปี 4 เดือน (จนถึงวันนี้) คือเริ่มจากประมาณเดือนตุลาคม 2559 คือพี่ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานมาได้ประมาณ 1 ปีเศษ โดยที่ไม่ได้วิ่งออกกำลังเลย บังเอิญเจอพี่คนนึงที่สนามฟ้า ครั้งแรกก็คุยกันไปเรื่อย เรื่องการปั่นจักรยาน และได้ถามพี่เขาว่าพึ่งเริ่มปั่นหรอครับ พี่เขาตอบว่าพึ่งเริ่มหัดปั่นนะ โดยปกติจะออกกำลังกายโดยการวิ่งมาโดยตลอด แกชอบมาก เล่าให้ฟังว่าเคยไปวิ่งที่โน่นที่นี่ ระยะทางเท่าโน้นเท่านี้ 10,21 และ 42 กิโลเมตร มาชวนเราไปวิ่งด้วย ซึ่งตอนแรกไม่ได้สนใจที่จะวิ่งเลย

และพี่เขาบอกว่าจะมีทริปวิ่งที่ระยอง 10 โล ในเดือนพฤศจิกายน 60 ตัวเราก็ดันตอบตกลงไปทั้งที่ไม่เคยวิ่งเกิน 5 กิโลเลย แต่ก็ไปแบบงงๆ โดยที่พี่เขาสมัครจัดการให้ทุกอย่างเลย ก็เริ่มซ้อมวิ่งได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วก็ไปวิ่งแข่งเลย แต่ละครั้งที่ซ้อม จะวิ่งได้ระยะแค่ไม่เกิน 5-7 โล เหนื่อยจนคิดว่าจะไม่ไปแข่งแล้ว แต่ติดที่รับปากไว้ พอได้ไปแข่งจริงๆ ปรากฏว่าระยะไม่ใช่ 10 โล แต่กลายเป็น 12 โล ใช้เวลาไป 1 ชั่วโมง  2 นาที เหนื่อยแทบขาดใจ หลังแข่งพี่เดินโขยกเขยก เกือบอาทิตย์ และหยุดวิ่งไปเลยประมาณ 4 เดือน หันกลับไปปั่นจักรยานเหมือนเดิม

Beyond: เริ่มจริงจังกับการวิ่งตอนไหน?

พี่ยุ้ย: ​เริ่มจริงจังเมื่อประมาณ กลางปี 2560 เพราะสนามฟ้าปิด (สนามปั่นจักรยาน) และหาที่ปั่นยากในกรุงเทพ จึงได้กลับมาวิ่ง โดยเริ่มจากการซ้อมวิ่งระยะ 5-10 โล แบบเรื่อยๆ สะเปะสะปะวิ่งที่สวนรถไฟเพราะใกล้บ้าน ไม่เคยวิ่งได้มากกว่านี้ สัปดาห์หนึ่งก็วิ่งประมาณ 3 ครั้ง

Beyond: พี่ยุ้ยมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจในการวิ่ง?

พี่ยุ้ย: ​แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากวิ่งคือพี่คนที่ชวนวิ่งนั่นแหละ เป็นพี่ผู้หญิงชื่อพี่จูลี่ ทำงานอยู่ที่ระยอง แกจะคอยพูดถึงเรื่องการวิ่งให้ฟังบ่อยมากว่าวิ่งสนุก อย่างนี้อย่างนั้น และในแต่ละปีแกจะมีปฏิทินการวิ่งไว้เลยว่าในแต่ละเดือน จะมีรายการวิ่งที่ไหนบ้าง เท่าที่ดู 21,42 โล บ้างครั้งเทรลระยะมากว่า 42 โล ก็มี ทำให้เริ่มมาสนใจการวิ่งมากขึ้น เพราะพี่เขาเป็นผู้หญิงยังทำได้เลย แล้วเราเป็นผู้ชายทำไมจะทำไม่ได้ คิดอะไรทำนองนี้ และอยากวิ่งได้ดีขึ้น เร็วขึ้น แต่ก็ยังทำได้ไม่ดี จึงเริ่มศึกษาการวิ่งจากยูทูปบ้าง อ่านประวัตินักวิ่งเก่าๆบ้าง ว่าเขาวิ่งกันอย่างไร ถึงได้เก่ง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เดิมไม่เคยออกกำลังกายเลย เมื่อมาวิ่งสามารถวิ่งได้อึด ทน วิ่งได้ไกลๆ ทำให้แรงบันดาลใจที่จะเอาชนะตัวเองให้ได้ว่าจะต้องทำได้

Beyond: ผลงานการวิ่งหลังจากที่ได้ซ้อมกับทีมบียอนด์เป็นอย่างไรบ้างคะ?

พี่ยุ้ย: การวิ่งดีขึ้นกว่าเดิมมากมายครับ เดิมวิ่งในระยะ 10 โล จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที (เร็วสุด) จึงได้ศึกษาจากเฟสจากยูทูป และเริ่มติดตามทีมบียอนด์จากเฟส ก็จะให้ความรู้จากการวิ่ง ว่าวิ่งแบบไหนที่ถูกต้อง การวอร์มอัฟ วอร์มดาวน์ ก่อนและหลังการวิ่ง การให้ความรู้ทางโภชนาการ ความรู้เยอะแยะมากจึงได้สมัครเข้าทีมบียอนด์ เพราะเห็นว่ามีความเป็นกันเองและเปิดโอกาสให้กับทุกคน

เมื่อเข้ามาแล้วก็ได้รับความรู้เยอะมากจากการวิ่งที่ไม่ถูกหลัก และก่อนหน้านี้จะมีปัญหาเรื่องวิ่งแล้วเจ็บเข่า เจ็บโน่นเจ็บนี้ก็เริ่มหายไป เมื่อเรารู้จักการวิ่งจากที่น้องๆ ทีมบียอนด์ได้สอนว่าก่อนวิ่งต้องวอร์มก่อนนะแบบนี้ และเมื่อวิ่งเสร็จก็ต้องวอร์มดาวน์ท่านี้นะ ไรแบบนี้ จากเมื่อก่อนที่เราจะเอาท่าวอร์มดาวน์ มาเป็นท่าวอร์มก่อนวิ่งอะไรแบบนี้เป็นต้น และการวิ่งที่จะทำให้เร็วและอึดขึ้นจะต้องมีการวิ่งแบบ อินเทอร์วัล แอนดูรานด์, แบบเทมโป เป็นต้น

มาซ้อมใหม่ๆก็มีปรึกษาครูคมหรือพี่คมเลยว่าผมมีเป้าหมายอยากวิ่งได้เพช 4 บ้าง และอยากทำการวิ่งในระยะ 10 โล หรือ 10-11 โล โดยใช้เวลา 46 นาที และตอนนี้ก็สามารถทำได้แล้ว โดยใช้เวลาต่ำสุดที่ทำได้คือ 43 นาที ถือว่าเป็นผลงานที่พอใจมากที่สุด แต่ก็อยากทำให้ได้ต่ำกว่านี้อีก และผลงานการวิ่ง สามารถ วิ่งได้ที่ 3 ของการวิ่งที่บางแสน ในระยะมินิมาราธอน และล่าสุดคือการวิ่งรายการอะเมซิ่งไทยแลนด์ที่ตั้งเป้าว่าจะต้องติด ใน 100 คนแรกของผู้ชายในระยะมินิมาราธอน (เพราะอยากได้เสื้อ) และสามารถติดลำดับที่ 71 โดยใช้เวลา 43.00 นาที ส่วนรายการวิ่งที่อื่นๆ อีก 2-3 รายการก็จะทำเวลาได้ดีเกือบได้ขึ้นเดี้ยมทุกครั้ง

Beyond: ดูแลตัวเองเรื่องซ้อมกับเรื่องสุขภาพอย่างไร?

พี่ยุ้ย: การดูแลตัวเองเรื่องการซ้อม ด้วยเราไม่ใช่นักกีฬาอาชีพ จริงๆทำงานรับราชการตำรวจ ทำให้มีเวลาไม่แน่นอน แต่จะพยายามวิ่งให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 วัน แบ่งการวิ่งแบบต่างๆ บางวันวิ่งหนัก บางวันวิ่งเบาๆ และมีบางครั้งที่วิ่งระยะ 16-17 โล แล้วแต่โอกาสที่เอื้ออำนวย และช่วงหลังจะมีการเข้าฟิตเนสด้วย เพื่อความแข็งแรงของร่างกายให้แข็งแรงตามที่น้องๆ ทีมบียอนด์แนะนำมาครับว่าส่วนไหนที่จะต้องใช้เสริมประกอบในการวิ่ง

​ส่วนเรื่องสุขภาพ เป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ อาหารการกินก็ปกติครับ

Beyond: ปีนี้พี่ยุ้ยตั้งเป้าหมายการวิ่งไว้อย่างไรบ้างคะ?

พี่ยุ้ย: ​เป้าหมายในปีนี้คือจะต้องวิ่งระยะมินิมาราธอนให้ได้ ในเวลา 40 นาที และจะต้องวิ่งฮาร์ฟ (21 โล) และฟูลมาราธอน (42 โล) ให้ได้ครับ และคิดว่าต้องทำได้ เพราะน้องๆทีมบียอนด์ทำได้พี่ก็อยากจะทำตามให้ได้ครับ

Beyond: อยากจะฝากอะไรถึงใครบ้างมั้ยคะ?

พี่ยุ้ย: ก่อนอื่นต้องขอบคุณ น้องเกว ผู้จัดการทีม ก่อนเลย ถ้าไม่ติดต่อกลับมา คงไม่ได้วิ่งกับทีมบียอนด์ คือว่าต้องมีการกรอกข้อมูลตามระบบ พี่เป็นคนไม่ค่อยเก่งเรื่องการกรอกข้อมูลในการสมัครทางอินเตอร์เน็ตหรือทางโซเชียลเท่าไหร่ กรอกกี่ครั้งก็ไม่ได้ บางครั้งลืมพาสเวิร์ด นู่นนี่นั่น มันเยอะหลายขั้นตอน เมื่อกรอกข้อมูลแล้ว มันไม่สำเร็จ สุดท้ายน้องเกวมาจัดการให้เสร็จสรรพเรียบร้อย จึงได้มาวิ่งกับทีมบียอนด์

​และขอบคุณครูคม และน้องๆ พี่ๆ ในทีมทุกคนที่เป็นกันเอง มีอะไรคอยช่วยเหลือกัน โดยมีเป้าหมายที่จะวิ่งด้วยกันเพื่อสุขภาพทีดี และมีการพัฒนาการวิ่งที่ดีขึ้นครับ โดยเฉพาะน้องแบงค์ ที่เวลาซ้อมวิ่งและพี่จะพะวงมากที่สุดว่าจะจับผิดอะไรอีกหรือป่าว เพราะว่าจะคอยบอกอยู่ตลอดเวลาว่าพี่วิ่งหลังตรงนะครับ พี่อย่างโน่นอย่างนี้นะครับ ขอบคุณพี่จูลี่ ผู้ที่แนะนำชักชวนให้เข้าวงการวิ่ง และครอบครัวที่สนับสนุนในการวิ่ง จากปัจจุบันที่ลูกพี่อายุ 11 ขวบ ซึ่งเป็นผู้หญิงไม่ชอบการวิ่งและมาวิ่งกับพี่เป็นประจำเกือบทุกงานแล้วครับ

#TeamBeyond #GoTogether

Views (96)

Comments