พื้นฐานร่างกายเอมเป็นคนไม่ค่อยแข็งแรงตั้งแต่ยังเด็ก เป็นอะไรนิดหน่อยก็ต้องนอนพักยาวกว่าคนอื่น ป่วยโน่นป่วยนี่ตลอดเวลา ครอบครัวพยายามจะหายาบำรุง วิตามิน อาหารเสริมมาให้ทานก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร

จนมาถึงช่วงมัธยมปลาย (นับย้อนๆ ไปก็ 20 ปีก่อน) ที่เริ่มป่วยเยอะมากขึ้น จนเริ่มปรึกษาคุณหมออย่างจริงๆ จังๆ ว่าจะหาทางออกเรื่องสุขภาพอย่างไรดี

ซึ่งก็มีคุณหมอท่านนึงแนะนำว่า “ลองออกกำลังกายสิ” ถ้าฟังผ่านๆ ก็อาจจะไม่ได้มีอะไร เพราะเราก็เคยได้ยินกันอยู่แล้วว่าออกกำลังกายมันดีกับสุขภาพ ซึ่งปกติเราก็ไม่เคยใส่ใจ

แต่ ณ ตอนนั้น เวลานั้น เอมอยู่ในจุดที่อยากหาย อยากเปลี่ยนตัวเอง เราทนป่วยบ่อยๆแบบนี้ไม่ไหวแล้ว เอมเลยตัดสินใจว่าจะลองออกกำลังกาย ตั้งใจเลยว่าเราจะมีสุขภาพที่ดีกว่าเดิม  ซึ่งการวิ่งเครื่องวิ่งในฟิตเนสเป็นการออกกำลังกายแรกที่เอมเลือกให้กับตัวเอง เพราะ…. เอมกลัวแดด ไม่อยากโดนแดดเยอะ 555 ก็ตั้งใจว่าลองดูก่อนว่าจะเป็นยังไง ไม่ชอบก็เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนไปทดลองอย่างอื่น

วันแรกๆ ก็เหนื่อยแทบแย่ ต่อมาก็ดีขึ้นหน่อย ดีขึ้นทีละนิด มารู้ตัวอีกทีก็วิ่งบนเครื่องวิ่งมา 20 ปีแล้ว 😊 ถามว่ารักการวิ่งมั้ย ตอบได้ว่าไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าวันไหนว่างก็อยากวิ่ง วิ่งของเราเองไปเรื่อยๆ วันไหนว่างมากก็วิ่งเยอะ วันไหนว่างน้อยก็วิ่งน้อย ไม่เคยคิดว่าจะไปวิ่งแข่งกับใคร ไม่เคยรู้ว่าเราวิ่งได้ไกล วิ่งได้เร็วแค่ไหน เพราะจุดประสงค์หลักของเราคือเรื่องสุขภาพ พอวิ่งแล้วแข็งแรงขึ้น ป่วยน้อยลง เจ็บป่วยกินยาก็หายเหมือนคนอื่น เราก็ดีใจมากแล้ว

เอมวิ่งด้วยตัวเอง ไม่เคยมีโค้ช ไม่มีนาฬิกา (เหมือนสมัยนี้) ไม่เคยเข้าใจวิทยาศาสตร์การกีฬา ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้วิ่งได้เร็วขึ้น หรือวิ่งได้ไกลขึ้น จะหยุดไปบ้างช่วงตั้งครรภ์มีลูก 2 คน แต่พอวิ่งได้เราก็กลับมาวิ่งอีก

จนกระทั่งวันนึงมีจุดเปลี่ยนของชีวิตที่เกี่ยวกับการวิ่งอีกแล้ว อาจจะดูแปลกแต่อยู่ๆ ช่วงปีที่แล้วสามีที่ไม่เคยออกกำลังกายก็ชวนไปวิ่ง อยู่ๆ ก็พาไปซื้อรองเท้าวิ่งจริงๆ จังๆ  ซื้อนาฬิกาวิ่งมาให้ มาชวนไปวิ่งสวนลุม เอมเลยได้ลองไปวิ่งนอกฟิตเนสเป็นครั้งแรก มาถึงจุดนี้การวิ่งสำหรับเอมก็ก้าวข้ามเรื่องสุขภาพไปเป็นเรื่องกิจกรรมในครอบครัวซะแล้ว 555  กลายเป็นว่าเราใช้เวลาไปวิ่งกับสามี ไปช้อปปิ้งข้าวของเกี่ยวกับการวิ่ง พาลูกๆ ไปงานวิ่งของเด็กเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จำได้ดีเลยว่าตอนที่ไปวิ่งที่สวนลุมครั้งแรก 4 รอบ (10 กิโล) รู้สึกว่ามันไกลเหลือเกิน แต่เราก็วิ่งไปจนจบ วันนี้เหนื่อย วันหลังก็มาวิ่งใหม่จนร่างกายเริ่มชิน จากนั้นก็ขยับไปงานวิ่งงานแรกเป็นงานวิ่งระยะมินิ 10 กิโลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังจากนั้นเอมก็วิ่งที่ระยะ 10 กิโลมาตลอด

เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากวิ่งไกลกว่านี้ แต่คิดว่าตัวเองคงไม่ไหว แค่คิดว่าจะต้องวิ่งไกลซัก 20 กิโล ก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะทำได้อย่างไร วิ่งมาตั้งหลายปียังไม่เคยวิ่งไกลขนาดนั้น

จนกระทั่งเอมได้ยินเกี่ยวกับงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเพื่อโรงพยาบาลยุพราช จอมบึง ช่วงพฤศจิกายนปีนี้ พอรู้ว่าเป็นงานการกุศลและนึกได้ว่าเราวิ่งนอกฟิตเนสมาเป็นปีแล้ว เลยตัดสินใจจะลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแรกในชีวิตที่งานนี้ เพราะเราจะได้ร่วมทำบุญเพื่อบริจาคชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และครุภัณฑ์ให้แก่โรงพยาบาล

เราจะได้วิ่งเพื่อคนอื่น เอมไม่ได้จะไปวิ่งคนเดียวจะมีพี่ๆ เพื่อนๆ ทีม Beyond เตรียมตัวและไปวิ่งด้วยกัน และเอมก็จะได้ Challenge ตัวเองด้วยว่า เราจะไปได้ไกลกว่าเดิมแค่ไหน เราจะเป็นมากกว่าคนเดิมที่วิ่งเพราะแค่อยากสุขภาพดีได้หรือไม่  แล้วพบกันที่จุดสตาร์ทนะคะ 😊

เปิดรับสมัครวันที่ 25 มิย. 2562 เวลา 10:00 น. ทางเพจยุพราช

FB: Chombueng Crown Prince Hospital Half Marathon

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line: CCPH Official

หมายเหตุ: หากนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอน แข่งจบในระยะเวลา 2 ชั่วโมง 45 นาทีและมีความประสงค์จะวิ่ง สามารถใช้ผลการวิ่งสมัครจอมบึงมาราธอนในระยะฟูลมาราธอน 42.195 กม. ได้ด้วยนะ กรณีพลาด Lotto 

#TeamBeyond 

#BeyondRunning 

#GoTogether 

#ทีมแห่งโอกาส 

#สังคมแห่งการแบ่งปัน

#21คน21โลเพื่อโรงพยาบาลยุพราชจอมบึง

#สสส

Views (174)

Comments